มาตรฐาน ISO ที่เกี่ยวข้องกับ บริษัทขนส่งสินค้า มีอะไรบ้าง ?
โลจิสติกส์หรือธุรกิจเกี่ยวกับการขนส่งสินค้า ถือเป็นธุรกิจการให้บริการที่มีขั้นตอนมากมาย ดังนั้นการที่จะหาระบบและมาตรฐานมาควบคุมการทำงาน จึงเปรียบเสมือนใบวุฒิบัตรที่แสดงความมั่นใจให้กับผู้รับบริการทุกคนว่า ถ้าเลือกใช้บริการด้านโลจิสติกส์กับผู้ให้บริการเจ้านี้แล้ว มั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด นับตั้งแต่การรับสินค้าเข้าคลัง การจัดส่งที่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพ จนกระทั่งถึงมือผู้รับด้วยความรวดเร็ว สินค้าได้รับการดูแลอย่างดี ถึงที่หมายด้วยความเรียบร้อย ทั้งหมดนี้คือการควบคุมมาตรฐานด้านhttps://lineguardsecurity.blogspot.com/การขนส่งที่เรียกว่าเป็นระบบ ISO สำหรับกิจการโลจิสติกส์นั่นเอง
การได้มาซึ่งใบรับรองมาตรฐานการผลิต ISO สำหรับการให้บริการโลจิสติกส์
เพื่อให้เกิดความอุ่นใจในการบริการ และการปฏิบัติงานตามขั้นตอนได้อย่างเป็นระบบ การยื่นเรื่องขอรับการตรวจสอบเพื่อให้ได้มาซึ่งใบรับรองมาตรฐานการขนส่งในระบบ ISO จึงถือเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นถ้าผู้ให้บริการท่านใดต้องการรับการตรวจสอบ ควรทำการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานนับตั้งแต่วันนี้ โดยมุ่งเน้นไปยังการบริหารทรัพยากรบุคคลเกี่ยวกับระบบขั้นตอนต่าง ๆ ในการทำงาน รวมไปถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัยและการขนส่ง จึงจะสามารถได้รับใบรับรองมาตรฐาน ISO ได้ และปัจจัยสำคัญสำหรับการเตรียมการเพื่อขอการตรวจสอบ ISO ควรให้ความสำคัญกับมาตรฐานต่าง ๆ 3 ประการดังนี้
• มาตรฐานด้านอุปกรณ์
อุปกรณ์ทุกชนิดที่ใช้ในการขนส่งสินค้าต้องได้รับการตรวจสอบอย่างดีที่สุด สำหรับอุปกรณ์บรรจุหีบห่อ จะต้องได้รับมาตรฐานทั้งในแง่ของการบรรจุภัณฑ์ที่ปกป้องสินค้าอย่างดีที่สุด ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่สินค้า รวมไปถึง พาหนะในการขนส่งสินค้าที่ต้องมีความปลอดภัยอย่างสูงอีกด้วย
• มาตรฐานด้านเครือข่ายการประสานงาน
ระบบการติดต่อสื่อสารภายในองค์กรถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพราะการสื่อสารที่ผิดพลาด อาจก่อให้เกิดปัญหาส่งสินค้าไปผิดที่ หรือเกิดความล่าช้าด้านการขนส่ง ก่อเกิดความเสียหายแก่ผู้ขอรับบริการ และการขาดความน่าเชื่อถือของผู้ประกอบการโลจิสติกส์รายนั้น ๆ เครือข่ายประสานงานทุกอย่างต้องชัดเจน นับตั้งแต่วินาทีแรกที่รับของเข้ามาสู่ระบบ จนกระทั่งการส่งสินค้าถึงมือผู้รับ จะต้องทำการตรวจเช็คได้ และไม่มีข้อผิดพลาดอันใดเกิดขึ้น โดยบริษัทด้านโลจิสติกส์ด้านการขนส่งที่ได้รับมาตรฐานในระดับโลกอย่าง DHL ได้มุ่งมั่นตั้งใจพัฒนาระบบเครือข่ายในการติดต่อสื่อสาร จนกลายเป็นผู้ให้บริการด้านการขนส่งสินค้าในระดับโลกอย่างทุกวันนี้ ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีของผู้ขนส่ง
• มาตรฐานในการควบคุมการขนส่งตามกฎระเบียบข้อบังคับระหว่างประเทศ
การที่จะก้าวขึ้นมาสู่การเป็นผู้จัดการโลจิสติกส์ที่ยอดเยี่ยมนั้น จำเป็นต้องเรียนรู้ข้อกฎหมายของการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ เพราะว่าในแต่ละประเทศมีกฎระเบียบข้อบังคับที่แตกต่างกันไป รวมไปถึงเรื่องของสินค้าต้องห้ามที่แต่ละประเทศที่กำหนดไว้ ถ้าผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ไม่ทราบกำหนดกฎเกณฑ์เงื่อนไขเหล่านี้ ย่อมสร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นได้ ทั้งในแง่ของการขาดความน่าเชื่อถือ และสินค้าของลูกค้าต้องถูกทำลายเมื่อถึงด่านศุลกากรของแต่ละประเทศ
มีมาตรฐาน ISO อันใดบ้างที่ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ควรมีไว้
สำหรับมาตรฐานด้าน ISO สำหรับผู้ประกอบกิจการด้านการขนส่งสินค้าควรมีไว้เพื่อเป็นการยืนยันถึงมาตรฐานการทำงานในระดับสากล มีดังต่อไปนี้
• ISO 9001:2000
เป็นมาตรฐานเบื้องต้นขั้นพื้นฐานในการจัดการและการพัฒนาคุณภาพในองค์กร ซึ่งมาตรฐาน ISO ตัวนี้จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงานระหว่างประเทศ ซึ่งกิจการโลจิสติกส์แทบทั้งหมดย่อมมีส่วนเกี่ยวพันกับการส่งสินค้าและการทำธุรกิจระหว่างประเทศ
• ISO 14001:2004
สำหรับใบรับรองมาตรฐานใบนี้สำหรับการขนส่งโลจิสติกส์ คือความใส่ใจในเรื่องของสิ่งแวดล้อมที่ผู้ให้บริการพึงมี เพราะวัสดุทุกอย่างที่ใช้ในการขนส่ง รวมไปถึงพาหนะต่าง ๆ ที่ใช้ในการขนส่งสินค้า ย่อมมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การที่ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์คำนึงถึงเรื่องราวของสิ่งแวดล้อม พยายามลดปัญหาที่จะส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด อาทิ การลดใช้พลาสติก การใช้วัสดุหมุนเวียนในรูปแบบการใช้ซ้ำ ถือเป็นความรับผิดชอบทางด้านสิ่งแวดล้อมที่ผู้ให้บริการพึงมี
นอกจากนั้นแล้ว ยังมีใบควบคุมมาตรฐาน ISO ปลีกย่อยเพื่อเพิ่มมาตรฐานและประสิทธิภาพในการขนส่ง อาทิ มาตรฐานการประยุกต์ใช้กล่องรองรับสินค้า ISO 13194:2011 หรือ มาตรฐานการประยุกต์ใช้ผนึกอิเล็กทรอนิกส์สำหรับตู้บรรจุสินค้า ISO 18185-5:2007 แต่ถึงกระนั้นการขอรับมาตรฐาน ISO 9001:2000 และ ISO 14001:2004 เป็นมาตรฐานเบื้องต้นที่บริษัทโลจิสติกส์ควรมีไว้เพื่อเป็นการรับรองมาตรฐานของตน
https://lineguard-cleaning.blogspot.com/