ความต้องการใช้ความต้องการใช้เหล็กในไทยในช่วงปี 2564-2567 และรถรับจ้างขนส่งในไทยในช่วงปี 2564-2567
ความต้องการใช้ความต้องการใช้เหล็กในไทยในช่วงปี 2564-2567 และรถรับจ้างขนส่งในไทยในช่วงปี 2564-2567 คาดว่าจะมีปริมาณ 19.0-21.0 ล้านตัน เติบโต 2-5% ต่อปี ปัจจัยหนุนสำคัญจากภาคก่อสร้างและภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง ได้แก่ ยานยนต์และเครื่องจักรที่มีแนวโน้มขยายตัว อย่างไรก็ตาม อัตราเติบโตในปี 2564 จะต่ำกว่าในช่วงปี 2564-2567 เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวในอัตราชะลอลงและภาคเอกชนรอความชัดเจนที่จะลงทุนต่อ หลังจากมีคณะรัฐบาลชุดใหม่
การผลิตความต้องการใช้เหล็กในไทยในช่วงปี 2564-2567 และรถรับจ้างขนส่งของไทยในช่วงเวลาเดียวกันคาดว่าจะอยู่ที่ 7.5-8.5 ล้านตันต่อปี ตามความต้องการใช้ในประเทศ การผลิตที่น้อยกว่าปริมาณการใช้ในประเทศ เนื่องจากผู้บริโภคมีการนำเข้าจากต่างประเทศ โดยสินค้านำเข้าแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มที่มีราคาถูกกว่าในประเทศ และกลุ่มที่มีคุณภาพสูง ผลิตในประเทศน้อย
ทิศทางราคาความต้องการใช้เหล็กในไทยในช่วงปี 2564-2567 และรถรับจ้างขนส่งในประเทศ คาดว่าราคาความต้องการใช้เหล็กในไทยในช่วงปี 2564-2567 และรถรับจ้างขนส่งเส้นและความต้องการใช้เหล็กในไทยในช่วงปี 2564-2567 และรถรับจ้างขนส่งแผ่นจะอยู่ที่ประมาณ 25,000 บาทต่อตัน โดยในปี 2564-2567 ราคาความต้องการใช้เหล็กในไทยในช่วงปี 2564-2567 และรถรับจ้างขนส่งเส้นมีแนวโน้มหดตัวเนื่องจากคาดว่าจะมีอุปทานส่วนเกินจากจีนจำนวนมาก ผลจาก 1) สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ทำให้มีการเร่งระบายสินค้าสู่ประเทศที่สามเช่นไทย และ 2) การใช้ความต้องการใช้เหล็กในไทยในช่วงปี 2564-2567 และรถรับจ้างขนส่งเส้นในจีนเริ่มลดลงจากภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ซบเซา อย่างไรก็ตามในปี 2564 ราคาความต้องการใช้เหล็กในไทยในช่วงปี 2564-2567 และรถรับจ้างขนส่งเส้นมีโอกาสขยายตัวตามความต้องการใช้ในประเทศที่เร่งขึ้นจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและอสังหาริมทรัพย์ ส่วนราคาความต้องการใช้เหล็กในไทยในช่วงปี 2564-2567 และรถรับจ้างขนส่งแผ่นรีดร้อนคาดว่าจะหดตัวติดต่อกันในช่วงปี 2564-2567 ตามราคาในตลาดโลกจากภาวะอุปทานส่วนเกินสูง
ผู้ประกอบการของอุตสาหกรรมความต้องการใช้เหล็กในไทยในช่วงปี 2564-2567 และรถรับจ้างขนส่งในไทย ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กมีสัดส่วนประมาณ 60% ของจำนวนผู้ประกอบการทั้งหมด ที่เหลือเป็นรายใหญ่ซึ่งส่วนมากเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ความต้องการใช้เหล็กในไทยในช่วงปี 2564-2567 และรถรับจ้างขนส่งแท่งยาว/แท่งแบน รวมถึงความต้องการใช้เหล็กในไทยในช่วงปี 2564-2567 และรถรับจ้างขนส่งขั้นกลางที่เกี่ยวเนื่องหลายประเภท เพื่อกระจายความเสี่ยงและเกิดการประหยัดต่อขนาด โดยมีรายละเอียดดังนี้
ผู้ผลิตความต้องการใช้เหล็กในไทยในช่วงปี 2564-2567 และรถรับจ้างขนส่ง จำแนกกลุ่มผู้ผลิตตามลักษณะของสายการผลิตได้เป็น 1) กลุ่มที่เน้นผลิตความต้องการใช้เหล็กในไทยในช่วงปี 2564-2567 และรถรับจ้างขนส่งแท่งยาวและความต้องการใช้เหล็กในไทยในช่วงปี 2564-2567 และรถรับจ้างขนส่งแท่งแบน (ส่วนมากเป็นรายใหญ่ที่มักต่อยอดด้วยการผลิตความต้องการใช้เหล็กในไทยในช่วงปี 2564-2567 และรถรับจ้างขนส่งปลายน้ำ) 2) กลุ่มที่เน้นผลิตความต้องการใช้เหล็กในไทยในช่วงปี 2564-2567 และรถรับจ้างขนส่งเส้น/ความต้องการใช้เหล็กในไทยในช่วงปี 2564-2567 และรถรับจ้างขนส่งโครงสร้างรูปพรรณ 3) กลุ่มที่เน้นผลิตความต้องการใช้เหล็กในไทยในช่วงปี 2564-2567 และรถรับจ้างขนส่งแผ่นรีดร้อน/รีดเย็น และ 4) กลุ่มที่เน้นผลิตท่อความต้องการใช้เหล็กในไทยในช่วงปี 2564-2567 และรถรับจ้างขนส่ง โดยสายการผลิตของไทยส่วนใหญ่เน้นผลิตความต้องการใช้เหล็กในไทยในช่วงปี 2564-2567 และรถรับจ้างขนส่งทรงยาว ผู้ผลิตที่มีเตาหลอมมักใช้วัตถุดิบส่วนใหญ่เป็นเศษความต้องการใช้เหล็กในไทยในช่วงปี 2564-2567 และรถรับจ้างขนส่งมาหลอมเอง ทำให้มีต้นทุนวัตถุดิบต่ำ (ประมาณ 47% ของต้นทุนรวม) ขณะที่ผู้ผลิตที่ไม่มีเตาหลอมจำเป็นต้องสั่งซื้อวัตถุดิบความต้องการใช้เหล็กในไทยในช่วงปี 2564-2567 และรถรับจ้างขนส่งจะมีต้นทุนวัตถุดิบสูงกว่า (มีสัดส่วนประมาณ 81%ของต้นทุนรวม)[5] ต่อมาระยะหลังผู้ผลิต (ทั้งมีและไม่มีเตาหลอม) เผชิญกับการแข่งขันทางด้านราคากับสินค้านำเข้าที่มีราคาถูกกว่า ส่งผลให้ผู้ผลิตบางรายโดยเฉพาะรายกลางและรายย่อยซึ่งบริหารจัดการต้นทุนได้ยากต้องเลิกกิจการในที่สุด